ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษยังคงต้องรับมือกับคำพูด วิจารณ์บอล ของตัวเองในหนังสืออัตชีวประวัติเล่มล่าสุดต่อไป เกี่ยวกับความขัดแย้งของตัวเองและ อลัน เชียเรอร์ อดีตคู่หูดาวยิงที่ร่วมกันทั้งในทีมชาติและสโมสร นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด การเปิดเผยความรู้สึกของเขาสร้างความประหลาดใจให้คนไม่น้อย ด้วยความเข้าขาเป็นอย่างดีในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดครั้งหนึ่งของทัพ “สิงโตคำราม”

โอเว่น เปิดเผยว่า ไม่ได้ย้ายออกจาก เรอัล มาดริด ไปที่ นิวคาสเซิ่ล แต่ก็อยากกลับอังกฤษ และจำใจย้ายทั้งที่รู้สึกว่าเป็นการถอยหลังลงคลอง ทำให้ เชียเรอร์ ตอบโต้ว่า ใช่ “ที่ นิวคาสเซิ่ล เราก็รู้สึกแบบนั้นเมื่อจ่ายค่าจ้างสัปดาห์ละ 120,000 ปอนด์ ให้นาย” และมันเผ็ชยิ่งขึ้นเมื่อ โอเว่น ตอบไปว่า “นายจงรักภักดีกับ นิวคาสเซิ่ล อย่างที่ปากพูดจริงเหรอ นายเองก็เคยอยากย้ายไป ลิเวอร์พูล เพราะเซอร์บ็อบบี้ ร็อบสัน ให้นายเป็นตัวสำรอง”

ย้อนรอย 5 คู่เพื่อนรักเพื่อนแค้นในทีมชาติอังกฤษ

แม้ความเถรตรงของเขาอาจไม่ถูกใจใครๆ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ และไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในวงการลูกหนัง และเป็นเรื่องที่ทีมชาติอังกฤษเจอมาหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่อดีต

แจ็ค และ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน

แจ็ค และ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน

ถ้าพูดถึงชื่อของ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ไม่มีใครไม่รู้จักเขา แต่ถ้าพูดถึงแจ็ค แฟนๆ รุ่นใหม่อาจไม่คุ้นชื่อเขานัก เว้นแต่แฟนตัวยงของ ลีดส์ ยูไนเต็ด เขาคือกองหลังที่อยู่กับทีมตั้งแต่เข้าอคาเดมี่จนแขวนสตั๊ดนานเกือบ 2 ทศวรรษ และเป็นพี่ชายแท้ๆ ของ บ็อบบี้ แต่ความคิดเห็นของทั้งคู่ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าที่ควร

ครอบครัว ชาร์ลตัน มีพี่น้อง 4 คนเป็นชายล้วน ว่ากันว่าเป็นเพราะแม่รักน้องชายมากกว่า หลายคนเชื่อว่าทั้งคู่มีบุลคิกแตกต่างกัน เขาเคยเปิดเผยในหนังสือของตัวเองว่า บ็อบบี้ เปลี่ยนไปเมื่อแต่งงาน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยมีใครลืมว่า ประตูแรก วิจารณ์บอลในทีมชาติอังกฤษของ บ็อบบี้ กับทีมชาติสกอตแลนด์ที่ เวมบลีย์ เมื่อปี 1965 ได้มาจากการจ่ายของแจ็ค และเขายังเป็นผู้เชิญรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการกีฬาเครือจักรภพอย่างรางวัลบุคคลกีฬายอดเยี่ยมของ BBC สาขานักกีฬาผู้อุทิศตนให้วงการกีฬาในปี 2008 ที่ บ็อบบี้ เป็นผู้รับไปด้วย

แอนดี้ โคล และ เท็ดดี้ เชอริงแฮม

แอนดี้ โคล และ เท็ดดี้ เชอริงแฮม

ค่อนข้างจะน่าแปลกสักหน่อย สำหรับคู่กองหน้าจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พวกเขาก็ดูเข้าขากันดีอยู่ ยิงประตูรวมกันได้มากมาย และส่งบอลให้กันเฉลี่ยเกือบ 1 ประตูต่อเกม แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็เป็นคู่แข่งกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ โคล ได้รับการเรียกตัวให้ติดทีมชาติครั้งแรกในปี 1995

โคล ดีใจมากและคิดว่า เชอริงแฮม จะร่วมยินดีกับเขา เขาเดินเข้าไปคุยด้วยแต่โดนเมิน ทั้งที่ เชอริงแฮม มีชื่อด้วย และเป็นตัวเลือกแรกๆ ร่วมกับ อลัน เชียเรอร์ ในยุคของ เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ อยู่แล้ว ตั้งแต่นั้น โคล ก็ไม่เคยมองเพื่อนร่วมทีมเหมือนเดิมอีกเลย และในวันที่ เท็ดดี้ ย้ายไป ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เขาก็ไม่ยินดียินร้ายเช่นกัน

แกรม เลอ โซ และ เดวิด แบ็ตตี้

แกรม เลอ โซ และ เดวิด แบ็ตตี้

ภาพการสอยหมัดกันเองในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เดือนพฤศจิกายน 1995 ระหว่าง แบ็คเบิร์น โรเวอร์ส และ สปาร์ตัก มอสโก ยังเป็นที่ฮือฮามาจนตอนนี้ แกรม เลอ โซ ยอมรับว่า เขาไม่เคยมองการตำหนิ วิจารณ์บอล กันในระหว่างเกมที่ออกมาจากปาก เดวิด แบ็ตตี้ ว่าเป็นการติเพื่อก่อ ความในใจของเขาสั่งสมมาเรื่อยๆ ในที่สุดทั้งคู่ก็แย่งบอลกันเอง

ด้วยอารมณ์โกรธ เลอ โซ ออกหมัดใส่ แบ็ตตี้ ก่อน ขณะที่นักเตะของ สปาร์ตัก ได้แต่ยืนงง ทั้งคู่เคลียร์ใจกันได้ก่อบินกลับอังกฤษ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเคลียร์แค่ไหน แต่มันคงไม่ชัดใสสักเท่าไร เพราะในที่สุด แบล็คเบิร์น ก็ตกรอบจากถ้วยใบใหญ่ของยุโรป

โจอี้ บาร์ตัน และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด

โจอี้ บาร์ตัน และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด

อันที่จริง น่าจะเรียกกรณีนี้ว่า บาร์ตัน กับทีมชาติอังกฤษไปเลย เพราะเขาพาดพิงถึงนักเตะหลายคนในอัตชีวประวัติส่วนตัวที่ตีพิมพ์ออกมา ตอนหนึ่งในหนังสือเป็นการวิจารณ์สาเหตุที่อังกฤษพังไม่เป็นท่าใน เวิลด์ คัพ 2006 หนึ่งในสิ่งที่ บาร์ตัน บอก ซึ่งคนครึ่งประเทศก็รู้อยู่แล้วว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เล่นไม่เข้าขากัน แต่มันก็เป็นความลับมาจนทุกวันนี้ว่าทำไม ทั้งที่พวกเขาเป็นกองกลางพรสวรรค์สูงแห่งยุค

ปี 2007 ทั้งคู่ยังติดทีมชาติ เจอร์ราร์ด ตอบโต้ วิจารณ์บอล แบบติดตลกว่า เขาเซ็นหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเอง และวางไว้หน้าห้องพักของ บาร์ตัน เพราะเห็นว่า บาร์ตัน มีเวลาอยู่กับตัวเองมาก ดังนั้นก็น่าจะชอบอ่านหนังสือ เป็นการโต้กลับที่เจ็บแสบมาก เพราะมันก็เป็นอย่างที่เห็นว่า เขาเข้ากับเพื่อนร่วมทีมคนไหนก็ยาก

ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ จอห์น เทอร์รี่

เราสามารถเรียกความไม่ลงรอยของทั้งคู่ได้ว่า “ไม่เผาผี” และสร้างผล วิจารณ์บอล กระทบให้กับทีมชาติอังกฤษอย่างร้ายกาจที่สุดเมื่อเทียบกับทุกคู่ที่ได้กล่าวไป เพราะพวกเขาคือปราการหลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดคู่หนึ่งเท่าที่ประเทศอังกฤษเคยมีมา แต่เมื่อ จอห์น เทอร์รี่ พ่นรหัสลับใส่ แอนทอน เฟอร์ดินานด์ ในเกม พรีเมียร์ลีก ระหว่าง เชลซี และ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ที่ความจริงคืออะไรก็ไม่มีใครรู้ มีเพียง แอนทอน น้องชายของ ริโอ ที่อ้างว่าเขาโดนเหยียดสีผิว ตั้งแต่นั้น ริโอ ก็ตอบทันทีว่า เขาไม่เคยถามความจริงจากปาก เทอร์รี่ หรอก แต่ไม่พูดด้วยอีกเลย และลามปามไปถึงการตัดสัมพันธ์กับ แอชลี่ย์ โคล ที่ไปเป็นพยานในศาลว่า กัปตัน “สิงห์บลูส์” ไม่ได้ว่าร้าย แอนทอน รุนแรงอย่างที่ใครๆ คิด

สิ่งที่ตามมาก็คือ เมื่อ ฟาบิโอ คาเปลโล่ และ รอย ฮ็อดจ์สัน ไม่สามารถใช้งานทั้งคู่พร้อมกันได้ แต่เพราะปัญหาส่วนตัว นอกใจภรรยาที่เพิ่มความวุ่นวายเข้ามา ทำให้ “เจที” เป็นคนแรกที่ประกาศอำลาทีมชาติในปี 2012 โดยไม่เคยหันกลับมา และในอีกปีต่อจากนั้น ริโอ ก็ประกาศอำลา เพราะคิดว่าตนเองอายุมากเกินไป

อันที่จริงการโฆษณา วิจารณ์บอล อัตชีวประวัติด้วยการตัดบางส่วนออกมาเปิดเผยก็เป็นเรื่องปกติ ผู้คนจะให้ความสนใจที่จะไปซื้อหาฉบับเต็มมาอ่าน แต่บ่อยครั้งมันก็สร้างความร้าวฉาน เพราะเรื่องบางเรื่องทั้งคู่ไม่เคยบอกกันมาก่อน ทำให้ตอนจบของ โอเว่น และ เชียเรอร์ จะเป็นเช่นไรก็ไม่อาจทราบได้ ซึ่งสามารถติดตามข่าวสารได้ทุกวันที่นี่ https://www1.mysbobet.com