เขาไม่ได้เป็น กองกลางตัวรุก ที่สมบูรณ์แบบและไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงกับกัปตันทีมคนเก่าอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ประสิทธิภาพในการให้บอลพื้นที่สุดท้ายของเขา ไม่มีอะไรเทียบได้กับ เจา มูตินโญ่ , เควิน เดอ บรอยน์ หรือ เจมส์ แมดดิสัน

แม้กระทั่งเกมรับที่ว่าเด่นๆ สถิติของเขาก็ยังเป็นรอง วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ มิดฟิลด์ตัวรับของเลสเตอร์ที่นำโด่งมาเป็นอันดับ 1 ของลีกในซีซั่นนี้

เฮนเดอร์สัน ลบคำสบประมาณเฟอร์กี้ หวังระเบิดฟอร์มเก่งให้ได้เห็น

ถึงกระนั้น เมื่อถอยออกมามองในภาพรวมแบบกว้างๆ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ยังคงเป็นกองกลางที่ดีที่สุดคนหนึ่งของพรีเมียร์ลีก ด้วยคุณสมบัติ “จับฉ่าย” ทำได้ตามสั่งทุกอย่าง เล่นตัวรับเบอร์ 6 ก็ได้ , ยืนเซ็นเตอร์ก็ได้ , เปิดบอลก็พอไหว , แบ็คขวาก็พอโอเค , ทะลุทะลวงได้ดีบางจังหวะ , ยิงได้เป็นครั้งครา , จะเปลี่ยนไปเล่นตัวขับเคลื่อนเกมเบอร์ 8 ก็ได้ หรือถ่างมาเล่นริมเส้นฝั่งขวาก็ได้

ลิเวอร์พูล

ไม่มีอะไรที่ดีที่สุดเลยสักอย่าง แต่มันมีอยู่ 1 อย่าง ที่เขามีดีไม่แพ้ใคร – นั่นคือความเป็นผู้นำและความทุ่มเทแบบสุดลูกหูลูกตา องค์ประกอบทั้งหมดนั้นต่างหาก ที่ทำให้ เฮนโด้คือนักเตะ กองกลางตัวรุก ที่ดีที่สุดของคล็อปป์ และลิเวอร์พูล ณ เวลานี้

อดีตดาวรุ่งของซันเดอร์แลนด์ ที่เคยโดน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานโค้ชของ “ปีศาจแดง” หมางเมินด้วยเหตุผลที่ว่า “ท่าวิ่งไม่ปกติ”

“เขาวิ่งด้วยหัวเข่าและแผ่นหลังที่ตั้งตรง ซึ่งต่างจากนักฟุตบอลสมัยใหม่ ที่ใช้สะโพกในการเคลื่อนไหว การเล่นแบบนั้นอาจทำให้อาชีพของเขามีปัญหาได้ในอนาคต” เฟอร์กี้ กล่าวแบบนั้นผ่านหนังสือ อัตชีวประวัติ ที่วางขายเมื่อปี 2013 คำพูดจากตำนานแบบนั้น อาจบั่นทอนกำลังใจของนักเตะคนหนึ่งได้ แต่ก็โชคดี ที่ “เฮนโด้” ไม่ได้มีหัวใจสะออน หวั่นไหวต่อคำวิจารณ์อะไรง่ายๆแบบนั้น จากคนที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อยากจะขายออกจากถิ่น แอนฟิลด์ มากที่สุด – สู่ลูกหาบของทีมที่จะขาดไม่ได้!

และวันนี้ เขาคือ “ว่าที่” ของกัปตันทีมลิเวอร์พูล ที่กำลังนับถอยหลังขึ้นชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ในอนาคตอันใกล้นี้ จอร์จ เชซุส กุนซือจอมแท็คติกของฟลาเมงโก้ยกย่องให้เขาเป็นมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในโลก

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ อดีตกองกลางตัวเทพของยูเวนตุสและทีมชาติอิตาลี ยอมซูฮกเขาเป็นคู่ต่อกรในแดนกลางที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิต ชีวิตที่ไม่มีคำว่าฟลุ๊ค…..มีเพียงแค่หัวใจแห่งความทุ่มเท , และการหมั่นพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดหย่อนเท่านั้น

อย่างน้อย ภายใต้ขวบวัยที่ 29 เขาก็มีสถิติที่เหนือกว่า กองกลางตัวรุก ของแมนฯ ยู ทุกคน ณ เวลานี้ เปอร์เซ็นต์การผ่านบอลของเขาตกอยู่ที่ 84.61 เหนือกว่าทั้ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เนมานย่า มาติช แถมยังเสียการครอบครองบอลน้อยมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเฟร็ดที่โดนฉกบอลไปถึง 17 ครั้ง ในซีซั่นนี้ เช่นเดียวกับตัวเลขการเสียฟาล์ว ที่น้อยกว่า 3 มิดฟิลด์ของ “ปีศาจแดง” แบบจับมัดรวมกัน

อิทธิพลของเฮนโด้ที่มีต่อ “หงส์แดง” นั้นมากมายมหาศาล เขาแบกภาระความเป็นผู้นำ , ความรับผิดชอบ และเป็นคนควบคุมจังหวะ เกเก้น เพรซซิ่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของทีม
แม้กระทั่งศึก “แดงเดือด” ในหนล่าสุด เฮนเดอร์สันก็คงไม่แคล้วโดนจ้องจับผิดอีกเหมือนครั้งอื่นๆ แต่ก็ช่างเถอะ! เขาเองก็คงชินกับเรื่องแบบนี้ไปแล้ว เข็มนาฬิกาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้ เฮนโด้ สร้างสถิติแอสซิสต์ไปแล้วถึง 5 ลูกในพรีเมียร์ลีก พร้อมขึ้นแท่นเป็นเต็ง 1 ของนักเตะที่จะลุ้นคว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมประจำปีในซีซั่นนี้

เฮนโด้

ก็คงเหมือนกับที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็เคยพูดเอาไว้ “หากคุณไม่เห็นถึงความสำคัญของเฮนเดอร์สัน กองกลางตัวรุก ที่มีต่อลิเวอร์พูล ผมก็ไม่รู้จะพูดว่ายังไงเหมือนกัน” เพราะที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ มันก็ดีที่สุดแล้ว และจะทำให้ชายผู้ “วิ่งด้วยหัวเข่า” ที่ชื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก้าวไปอยู่ในจุดที่แม้กระทั่ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด หรือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ไม่คาดคิดว่าเขาจะเดินไปได้ถึงเหมือนกัน

ในตอนนี้ลิเวอร์พูลถือเป็นทีมเต็งที่มีโอกาสในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ และยังเหลือการแข่งขันอีกหลายแมตซ์ในการลุ้นแชมป์ ซึ่งท่านสามารถ แทงแชมป์ยูโร 2020 ได้ที่ เว็บแทงบอลที่น่าเชื่อถือ ที่เปิดให้บริการทุกวัน